Responsive image

งานวิจัย ปี2558

ชื่องานวิจัย

ขอบเขตงานวิจัย

ผู้เขียนวิจัย

โครงการ การศึกษาผลงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของลาวแง้ว บ้านหนองเมือง จ.ลพบุรี

บทคัดย่อ

        การศึกษาผลงานงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของลาวแง้ว บ้านหนองเมือง จังหวัดลพบุรี  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษางานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ในด้านรูปแบบ ลวดลาย วัสดุ  การใช้สอย ความเชื่อ ประเพณี ของงานศิลปหัตถกรรม

    ผลการวิจัยพบว่างานศิลปหัตถกรรมของลาวแง้วบ้านหนองเมืองอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นหลักฐาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในอดีตของชาวลาวแง้ว ว่ามีสภาพความเป็นอยู่ที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม โดยอาศัยแม่น้ำลำคลองในการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา งานศิลปหัตถกรรมที่พบแบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ งานจักสาน งานทอผ้า งานไม้ และงานจิตรกรรม งานจักสานของลาวแง้วมีรูปแบบที่หลากหลาย มีการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่นไม้ไผ่ หวาย ใบมะพร้าวฯลฯ มาใช้สร้างสรรค์ได้อย่างเหมาะสม ไม่ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมการใช้สอยสอดคล้องกับอาชีพและวิถีชีวิต งานศิลปหัตถกรรมการทอผ้ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีรูปแบบและลวดลายที่สวยงาม เช่นผ้าห่อคัมภีร์ ผ้าม่าน ปลอกหมอน ผ้าคลุมศรีษะนาค ลวดลายที่พบส่วนมากจะเป็นลายขิด เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาเช่น ลายช้าง ลายม้า ลายพญานาค ลายดอกไม้ งานไม้ที่ใช้ตกแต่งของลาวแง้ว มีความสวยงามประณีตแตกต่างจากที่อื่นๆได้แก่งานไม้ฉลุลาย งานแกะสลัก ธรรมาสน์ไม้ฐานสิงห์ศิลปะไทยผสมศิลปะแบบพม่าที่พบแห่งเดียวในภูมิภาคนี้  รวมถึง และงานจิตรกรรมบนผืนผ้าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความศรัทธาความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ด้านการทำความดี ใช้ในงานบุญพิธีใหญ่กลายเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ทำสืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบัน เป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชนชาวลาวแง้ว 

งานศิลปวัฒนธรรมของลาวแง้วบ้านหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ยังมีประเด็นอื่นๆที่ควรทำการศึกษาวิจัยต่อไป ได้แก่ อาหาร การละเล่น การแสดง ประเพณี พิธีกรรม คัมภีร์ใบลาน ภาษาและตัวอักษร ของเด็กเล่น เป็นต้น

 

อาจารย์ ดร.จุติรัช อนุกูล

โครงการ การการสื่อสารเพื่อการดำรงอยู่และสืบทอดภูมิปัญญาของผู้ประกอบพิธีศพ (สัปเหร่อ) ตามหลักพระพุทธศาสนาในจังหวัดลพบุรี 

บทคัดย่อ

   การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภูมิปัญญาและสภาพการณ์ของผู้ประกอบพิธีศพ (สัปเหร่อ) ตามหลักพุทธศาสนาในจังหวัดลพบุรี 2) ศึกษาการประกอบพิธีศพตามหลักพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดลพบุรี และ 3) เพื่อดารงและสืบทอดภูมิปัญญาของผู้ประกอบพิธีศพ (สัปเหร่อ) และการประกอบพิธีศพตามหลักพุทธศาสนาในจังหวัดลพบุรี เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2558 โดยใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วมในงานศพ การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบพิธีศพ (สัปเหร่อ) และการสนทนากลุ่ม

ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้

1. ภูมิปัญญาผู้ประกอบพิธีศพ (สัปเหร่อ) หลายวัดมีการเปลี่ยนชื่อเรียก “สัปเหร่อ” เช่น ผู้จัดการศพ เจ้าหน้าที่ฌาปนสถาน เจ้าหน้าที่ควบคุมเตา เจ้าหน้าที่รักษาเมรุ เพื่อให้เกียรติและให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงาน แต่ประชาชนก็ยังนิยมเรียกว่า “สัปเหร่อ” ตามความคุ้นเคย การเข้ามาทาหน้าที่สัปเหร่อของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน โดยพบว่ามีสัปเหร่อที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษลดน้อยลง การสั่งสมภูมิปัญญาโดยการเรียนรู้จากสัปเหร่อชั้นครูนับวันยิ่งลดลง ส่วนใหญ่ใช้วิธีครูพักลักจาและศึกษาด้วยตนเองจากตาราและสื่อต่าง ๆ

2. สภาพการณ์ผู้ประกอบพิธีศพ (สัปเหร่อ) ในจังหวัดลพบุรี พบว่า “สัปเหร่ออาชีพ” มีจานวนลดลง ส่วนใหญ่มีอายุมาก และเริ่มวางมือ สัปเหร่อที่ทาหน้าที่อยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่มีเหตุมาจากต้องการช่วยเหลือวัดและชุมชนเพราะไม่มีผู้สืบทอด ถึงแม้การทาหน้าที่สัปเหร่อในปัจจุบันจะมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ แต่ก็ยากที่จะหาบุคคลเข้ามาทาอาชีพนี้ด้วยใจรัก เพราะจะต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง จิตสาธารณะ ไม่รังเกียจศพ ไม่กลัวผี และด้วยเหตุที่ขาดสัปเหร่อที่มีใจรักและสืบทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมมาโดยตรง จึงส่งผลให้มีการลดขั้นตอนของพิธีกรรมบางอย่างไปนอกเหนือจากเหตุผลเรื่องการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม สัปเหร่อทุกคนมีความภาคภูมิใจในหน้าที่ เพราะได้ทาประโยชน์ช่วยเหลือทางวัด เสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นงานที่ทาแล้วได้บุญกุศล ได้รักษาประเพณีวัฒนธรรมให้สืบต่อไป โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือผลักดันให้มีการรวมกลุ่ม เช่น ชมรม สมาคม เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาที่ถูกต้อง ตลอดจนมีการส่งเสริมยกย่องให้ประชาชนเห็นคุณค่าของสัปเหร่ออย่างแท้จริง (ข)

 

3. การประกอบพิธีศพตามหลักพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดลพบุรี

พิธีกรรมงานศพตามหลักพุทธศาสนาของประชาชนในจังหวัดลพบุรี มีความเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนไปตามบริบทสังคม ตามความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละพื้นที่และกลุ่มชาติพันธุ์ โดยพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ๆ เช่น ไม่มีการต้มน้าอาบศพแบบโบราณ คลายความเชื่อเรื่องการแต่งตัวให้ศพ การหักหวีใส่โลงศพ การใส่เงินปากผี มัดตราสังเพียงเปลาะเดียว บางแห่งไม่มีพิธีเบิกโลง ไม่ใช้คาถาอาคม ไม่เคร่งครัดจานวนพระสงฆ์ที่สวดพระอภิธรรม ตัดทอนบทสวดพระอภิธรรม มีการผ่อนปรนพิธีกรรมไปตามสภาพแวดล้อมโดยเน้นความสะดวกของเจ้าภาพเป็นสำคัญ

ผศ.ดร.ณัฏฐชา หน่อทอง

โครงการการศึกษาภูมิปัญญาการสานพัดไม้ไผ่ของชุมชน อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธ์  

บทคัดย่อ

     ภูมิปัญญาการสานพัดไม้ไผ่ของชุมชนอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประวัติการสานมากกว่า 80 ปี  เป็นพัดที่มีเอกลักษณ์ คือ สีสดสวยงาม ลวดลายหลากหลาย เนื่องจากเส้นตอกเล็ก ลายจึงละเอียดประณีต และ มีความคงทน เป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้คนในชุมชนมาช้านาน อย่างไรก็ตามภูมิปัญญาการสานพัดนี้กำลังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงเนื่องจากมีผู้สืบทอดน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยสาเหตุดังกล่าวงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเก็บภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยวิธีการทางคติชนวิทยาและอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์  ผลการศึกษาด้านคติชนวิทยาพบว่าการสานพัดไม้ไผ่ในชุมชนนี้มีการสืบทอดด้วยการสอนเป็นรายบุคคลโดยไม่มีการบันทึก ลายพัดไม้ไผ่ที่พบได้แก่ลายดั้งเดิมและลายใหม่ โดยลายดั้งเดิมมี 19 ลาย แบ่งออกเป็นลายพื้นฐาน (ลายขัด) 2 ลาย ได้แก่ลายสองและลายสาม และลายยกดอก 17 ลายได้แก่ ลายไทย ลายดอกโสร่ง ลายดอกสี่ ลายดอกเก้า ลายเครือวัลย์ ลายเครือวัลย์ปลอม ลายไข่ปลา ลายขั้นบันได ลายนกแก้วคู่ ลายพูมะเฟือง ลายบั้ง (อินทรธนู) ลายเข็มขัดนาก ลายกังหัน ลายดอกดาว ลายรังแตน ลายหมากฮอส และลายดาวล้อมเดือน และลายใหม่ได้แก่ ลายอักษร ก ถึง ฮ ลายตัวเลขไทยและตัวเลขอารบิค

     จากการวิเคราะห์ชื่อลายพัดดั้งเดิม (ลายยกดอก) 17 ลาย ด้านอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ด้วยวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบ พบว่าชื่อลายพัดดั้งเดิมแตกต่างกันใน 7 มิติ ได้แก่ “รูปกากบาท” “รูปสี่เหลี่ยม” “รูปสามเหลี่ยม” “รูปวงกลม” “รูปหัวใจ” “รูปเครื่องหมายดอกจัน” และ “รูปจุด” ผลการวิเคราะห์ด้านวัฒนธรรมพบว่าลายพัดสามารถสะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านได้ โดยวัฒนธรรมที่สะท้อนออกมาจากการลวดลายของพัดไม้ไผ่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติของคนในชุมชน เช่น ลายดอกสี่ ลายดอกเก้า ลายเครือวัลย์ สะท้อนวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ  ลายไทย ลายอินทรธนู และลายเข็มขัดนาก สะท้อนวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทางวัตถุ

Abstract

Bamboo fans in Ban Phraek District, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province are a unique handicraft have been made for over 80 years, however this is endanger as it is likely hard to find new generation who are interested. As a result, this study aims to investigate the history of the bamboo fans, the weaving process, analyze the original and the new patterns including the culture of living related to the fan weaving in order to keep this local wisdom before it disappeared. The data was elicited from the villagers who are expert in making bamboo fans. The results revealed that Ban Phraek’s bamboo fans have been kept without record for three generations.  The original patterns include 2 kinds, Kad and Yokdok. Kad consists of 2 patterns; สอง /sɔ323/ ‘two’ and สาม /sa:m323/ ‘three’ while Yokdok consists of 17 patterns; ไทย /thaj33/ ‘Thai’, ดอกโสร่ง /dɔ:k21saɂ21ro:ŋ21/ ‘a simple dotted flower but in a much larger size and more sophisticated patterns’, หมากฮอส /ma:k21hɔd45/ ‘checkers/draughts’, กังหัน /kaŋ33han323/ ‘mills’, พูมะเฟือง /phu:33maɂ45fuaŋ33/ ‘a star fruit’, อินทรธนู /in33taɂ45nu:33/ ‘shoulder loops or chevrons’, เครือวัลย์ /khrua33wan33/ ‘a flower ivy’, เครือวัลย์ปลอม /khrua33wan33plɔ:m33/ ‘a bunch of flower ivy’, ดอกดาว /dɔ:k21daw33/ ‘a star flower’, รังแตน /raŋ33tԑ:n33/ ‘a wasp hive’, ดอกสี่ /dɔ:k21si:21/ ‘four flowers’, ดอกเก้า /dɔ:k21kaw43/ ‘nine flowers’, เข็มขัดนาก / khem323khad21na:k43/ ‘electrum belt’, ไข่ปลา /khai21pla:33/ ‘fish eggs’,  ขั้นบันได /khan43ban33dai33/ ‘ladders’, ดาวล้อมเดือน /daw33lɔ:m45duan33/ ‘a moon surrounded by little stars’, and นกแก้วคู่ /nok45kԑ:w43khu:43/  ‘a pair of parrots’. The new patterns are included 44 Thai alphabets, Thai numbers and Arabic numbers.

      In regards to the componential analysis method used to analyze the meanings of the names of traditional bamboo fans based on their identifiable patterns, in order to discover the system of naming bamboo fans. It is found that 17 traditional names of bamboo fan patterns are differentiated by seven dimensions of contrast, as follows: (1) the shape of cross, (2) the shape of square, (3) the shape of triangle, (4) the shape of circle, (5) the shape of heart, (6) the shape of asterisk, and (7) the shape of spot.

In conclusion, it is found that the villagers are closely connected to the nature and the objects around them. It also reveals people’s rich imaginations of constructing and combining such simple geometrical form into various shapes and lines.

 

 

อาจารย์พิมพ์ระวี เรืองวัฒกี

โครงการ การจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสานผลิตภัณฑ์มัดฟางปอเฮ ของกลุ่มแม่บ้านตำบลตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ 

 

อาจารย์รสรินทร์ สินสวัสดิ์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ฐานข้อมูลด้านการประกันคุณภาพการศึกษา (CHE QA ONLINE)
สำนักงานมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา
รายชื่อผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา
รายชื่อผู้ประเมินคุณภาพภายใน ระดับหลักสูตรของ สกอ. เพื่อการเผยแพร่หลักสูตร TQR
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
ระบบพิจารณาความสอดคล้องของหลักสูตรระดับอุดมศึกษา (CHE Curriculum Online : CHECO)
กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา
ระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก สมศ.
หลักสูตรที่ผ่านการรับทราบจาก สกอ